เบื้องหลัง อันยิ่งใหญ่ของ Anta: เส้นทางเด็กหนุ่มผู้มีความฝัน
ในปี 1988 ติง ชื่อจง ในวัยเยาว์ ที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เลือกที่จะ แบกรองเท้า จำนวนกว่า 600 คู่ จากโรงงานของญาติ เดินทางไกลเข้าสู่เมืองหลวง เพื่อตามหาความฝัน ที่ยังไม่เห็นภาพชัดเจน รายได้จากการขายครั้งนั้น ถูกนำมาต่อยอดเป็น โรงงานผลิตรองเท้าขนาดเล็ก ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ภายใต้ชื่อ "Anta" ที่ในวันนี้กำลัง เขย่าบัลลังก์ แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่ อย่าง Nike และ Adidas อย่างสมศักดิ์ศรี
ถอดบทเรียน จากโรงงาน OEM สู่การเป็น แบรนด์ชั้นนำ
เรื่องราวของ Anta ไม่ใช่แค่เรื่องของความโชคดี แต่มันคือ พิมพ์เขียวการสร้างแบรนด์ ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ ควรศึกษาอย่างยิ่ง โดยมีจุดเริ่มต้นที่เมืองจินเจียง ซึ่งในช่วงปี 1980-1990 ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองหลวงรองเท้าของโลก" ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลจีน
- เครือข่ายการผลิตที่ครบวงจร: ภายใต้รัศมีการทำงานที่แคบแต่มีประสิทธิภาพ มีโรงงานนับพันแห่ง ที่รองรับทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
- การดูดซับองค์ความรู้: ในช่วงที่รับจ้างผลิตให้แบรนด์ตะวันตก ทีมงานของ Anta ไม่ได้แค่ผลิตตามสั่ง แต่ได้เรียนรู้ มาตรฐานการผลิตระดับสูง และ ระบบการจัดการสากล อย่างมืออาชีพ
- ความสม่ำเสมอในมาตรฐาน: การพัฒนาจากการผลิตปริมาณมาก มาสู่การเป็นมาตรฐานโลก คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ โดดเด่นในตลาดโลก
ก้าวที่กล้าหาญ: ออกจากกับดักการเป็นผู้รับจ้างผลิต
ในการทำธุรกิจยุคใหม่ มีความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ นั่นคือการประสบความสำเร็จเพียงในฐานะผู้รับจ้าง ที่ให้มาร์จิ้นต่ำ และไม่มีอำนาจต่อรอง แต่ Anta เลือกทางที่ต่างออกไป บริษัทเริ่มลงทุน กับการทำ Branding อย่างจริงจัง คลิกที่นี่ และการเปิดหน้าร้านของตนเอง จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ในปี 2007
ประโยคทองของติง ชื่อจง ที่ว่า "เราไม่ต้องการเป็น Nike ของจีน แต่ต้องการเป็น Anta ของโลก" สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ ที่ต้องการสร้างอัตลักษณ์ ที่เป็นสากลและทรงพลัง ซึ่งปัจจุบันคำพูดนี้ ได้พิสูจน์แล้วผ่านความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
ยุทธศาสตร์หลายแบรนด์: การเข้าถึงตลาดระดับบน
หนึ่งในปัญหาใหญ่ ของแบรนด์จากเอเชีย ในเวทีการค้าระดับสากล คือ มุมมองด้านภาพลักษณ์ ที่มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าล่าง Anta จึงใช้กลยุทธ์การซื้อกิจการ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่แล้ว เพื่อสร้างทางลัด ในตลาดระดับสูง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ:
- การคว้าแบรนด์ Fila ในประเทศจีนเมื่อปี 2009 จนสร้างกำไรมหาศาล
- การทุ่มทุนซื้อ Amer Sports เจ้าของแบรนด์กีฬาพรีเมียมระดับโลก เป็นการยกระดับแบรนด์สู่ ผู้นำกลุ่มกีฬา Extreme และ Out-door
- ล่าสุดกับการเข้าถือหุ้นใน Puma เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ในตลาดโลกให้ครบวงจรยิ่งขึ้น
บทเรียนสู่ความยั่งยืน: ทำไมธุรกิจไทยต้องเรียนรู้
เส้นทางความสำเร็จของ Anta ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น รูปแบบที่เกิดซ้ำๆ ที่เห็นได้จากแบรนด์อย่าง BYD หรือ Xiaomi ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้ตาม ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาด การมองการณ์ไกล และ ความกล้าที่จะลงทุนใน Branding คือหัวใจสำคัญ ที่ทำให้ Anta สั่นคลอนบัลลังก์ยักษ์ใหญ่ได้ในวันนี้